การดูแลรักษาผลิตภัณฑ์หินอ่อน และหินแกรนิต

หินอ่อนและหินแกรนิตเป็นธรรมชาติที่มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านสีสันและลวดลาย หลังการติดตั้งหินเรียบร้อยแล้วผู้ใช้ควรเอาใจใส่ดูแลรักษาเป็นประจำโดยใช้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเคลือบเงาที่ใช้เฉพาะหินอ่อนและแกรนิต ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เนื้อหินมีความสวยงามอยู่ตลอดเวลา …

การดูแลรักษาผลิตภัณฑ์หินอ่อน และหินแกรนิต

การดูแลรักษาหินอ่อน

การบำรุงรักษาและดูแลหินอ่อน มีขั้นตอนดูแลประจำวันที่ไม่ยุ่งยาก โดยดูแลรักษาเหมือนหินอ่อนทั่วๆ ไป หินใหม่จะมีความเงางามจากโรงงานผู้ผลิต การบำรุงรักษาคือ ต้องรักษาพื้นหินอ่อนให้สะอาดอยู่เสมอ ทั้งนี้เนื่องจากฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกจะทำให้หินอ่อนที่เงางามเกิดริ้วรอย และหมองลงได้



สิ่งที่สำคัญที่สุดของการดูแลรักษาสภาพพื้นผิวของหินคือ ผู้ใช้ควรหมั่นดูแลทำความสะอาด โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับหิน ไม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สารพัดประโยชน์ตามคำโฆษณาชวนเชื่อ เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาต่อความคงทนของพื้นที่หินอีกด้วย



การทำความสะอาดสำหรับบ้านพักอาศัย

วิธีการดูแลและทำความสะอาดสำหรับบ้านพักอาศัย สามารถทำได้สะดวกเนื่องจากไม่ได้ใช้งานและรองรับการสัญจรที่หนักมาก โดยให้ดำเนินการดังนี้



  1. การทำความสะอาดโดยปกติเพียงแต่ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหรือใช้น้ำยาทำความสะอาด ที่มีจำหน่ายทั่วไปมาเช็ดถูพื้นเท่านั้นก็พอ หรืออาจใช้ไม้กวาดกวาดฝุ่นหรือใช้ MOB ฉีดน้ำยาดันฝุ่น ดันฝุ่นเป็นประจำ


  2. หากหินเปื้อนมากๆ อาจใช้น้ำสบู่ทา ขัดด้วยแปรงสีฟันเบาๆ และล้างด้วยน้ำเปล่า หรือเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ใช้สำหรับหินอ่อนผสมน้ำตามอัตราส่วนตามปริมาตร (50:1) ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาที่ผสมน้ำแล้ว เช็ดถูพื้นหินเป็นประจำทุกเช้า – เย็น หากบริเวณใดมีคราบสกปรกฝังแน่นให้ใช้น้ำยาผสมน้ำ 1:5 – 1:10 ทำการขัดล้างบริเวณดังกล่าวด้วยแผ่นใยขัดสีขาว (ขัดเป็นวงกลม) และล้างน้ำยาออกด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งอีกครั้ง
  3. 

ปัญหาของคราบสกปรกที่เกิดจากสนิมเหล็ก ยางไม้ น้ำปูน ฯลฯ ที่เกิดจากการใช้งานก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะเพื่อใช้ในการขจัด คราบสกปรกดังกล่าว ถ้าหากมีคราบไวน์ ชา กาแฟ ให้ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1 ส่วน ผสมน้ำ 4 ส่วนแล้วเช็ดออกทันที ทำซ้ำถ้าคราบยังไม่หาย


  4. หลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแล้ว ควรใช้น้ำยาขัดเงาเป็นแวกซ์ชนิดน้ำ (Liquid Wax) เคลือบผิวบางๆ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานและทำให้พื้นผิวหินมีความเงางามยาวนานขึ้น


  5. ทุกๆ สัปดาห์ เพื่อเป็นการรักษาพื้นหินให้เงางาม ควรลงน้ำยาเคลือบเงา (WAX) ชนิดที่เป็นสูตรน้ำ (Water Base) โดยผสมน้ำยาเคลือบเงากับน้ำสะอาดและใช้ผ้าสะอาดชุบและบิดหมาด เช็ดถูพื้น จากนั้นใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดถูอีกครั้งพื้นก็จะเงางาม


  6. ในระยะเวลา 6 เดือน หรือ 12 เดือน ควรสำรวจสภาพผิวหิน หากมีริ้วรอยหรือความเงางามลดลง ให้ทำการฟื้นฟูสภาพผิวหินใหม่ โดยวิธีการขัดเงา (คลิสตัลไลท์เซชั่น) ด้วยผงขัดเงาหิน จากนั้นดูแลตามขั้นตอน ที่ 1,2 และ 3 ตามปกติ



หมายเหตุ

 :

  • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลรักษาสภาพผิว และความเงางามของหินอ่อน ควรศึกษาจากคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ


  • การฟื้นฟูสภาพผิวหินโดยวิธี Crystallization ด้วยผงขัด 5 EXTRA เป็นวิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีซึ่งสะดวก แต่หากต้องการฟื้นฟูสภาพผิวหินด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งมีอยู่หลายวิธีควรศึกษาและปรึกษาผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพผิว หินและผู้รับจ้างดำเนินการนั้นๆ
  • 

ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เป็นกรดทุกชนิดทำความสะอาด พื้นหินรวมถึงสารทำละลาย เช่น

 ทินเนอร์, น้ำมันสน, น้ำมันซักแห้ง


การดูแลรักษาผลิตภัณฑ์หินอ่อน และหินแกรนิต

การทำความสะอาดสำหรับอาคารสาธารณะ



อาคารสาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, โรงพยาบาล, สนามบิน, สำนักงาน, ธนาคาร ฯลฯ อาคารเหล่านี้ต้องรองรับการสัญจรอย่างหนักจากรถเข็น จากการเดินและใส่รองเท้า ฝุ่นทรายซึ่งติดมากับการสัญจรเหล่านี้จะทำความเสียหายให้กับผิวหินเป็นอย่างมาก

  1. 

ควรดันฝุ่นเป็นประจำทุกๆ วัน โดยใช้น้ำยาดันฝุ่นฉีดใส่ MOP นำไปดันฝุ่นให้ทั่วบริเวณทั้งเช้า   และเย็น
  2. 

เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับหินอ่อนผสมน้ำในอัตราส่วนน้ำสะอาดต่อน้ำยา 50:1 ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาที่ผสมน้ำแล้วเช็ดถูพื้นหินเป็นประจำทุกเช้า-เย็น


  3. ภายใน 1 สัปดาห์ ควรลงน้ำยารักษาความเงาของหิน 1- 2 ครั้ง โดยฉีดพ่นลงบนพื้นและใช้เครื่องขัดรอบสูง (Hight Speed) กับแผ่นใยขัดสีขาว ทำการขัดเพื่อรักษาความเงางามของหิน โดยเฉพาะบริเวณ ทางเข้า – ออกอาคาร ซึ่งรองรับการสัญจรอย่างหนักควรทำให้ถี่ขึ้น
  4. 

ในระยะเวลา 1 เดือน ควรมีการล้างผิวหินด้วยเครื่องล้างโดยการใช้น้ำยาเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาด ที่ใช้สำหรับหินอ่อนผสมน้ำในอัตราส่วน น้ำสะอาดต่อน้ำยา (50:1) ทำการขัดล้างและใช้เครื่องดูดน้ำที่มีคราบความสกปรกออกจากผิวหินใช้ผ้าสะอาด เช็ดผิวหินให้แห้ง จากนั้นใช้น้ำยารักษาความเงาของหินฉีดพ่นลงบนพื้นและใช้เครื่องขัดรอบสูงกับแผ่นใยสีขาวขัด เพื่อรักษาความสะอาดอีกครั้ง
  5. 

ในระยะเวลา 3 เดือน ถ้าความเงางามของผิวหินลดลงหรือหมดความเงางาม ให้ทำการฟื้นฟูสภาพผิวหินใหม่ด้วย วิธีคลิสตัลไลเชชั่น (Cystallization) เพื่อฟื้นฟูสภาพความเงางามของผิวหินตามขั้นตอนดังนี้
  • ใช้ผงขัด 5  EXTRA ในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำสะอาด 1 ถ้วยแก้ว ผสมกันบนผิวหิน


  • ขัดล้างด้วยเครื่อง (SPEED 175 – 200 R.P.M.) ใช้แผ่นใยขัดสีแดงหรือสีขาว ทำการขัดจนเกิดความเงา


  • จากนั้นใช้น้ำสะอาดล้างคราบและกากน้ำยาออกจากผิวหิน และใช้เครื่องดูดน้ำดูดน้ำออกและเช็ดให้แห้ง อาจใช้ WAX เคลือบผิวอีกครั้ง



หมายเหตุ

 :

  • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลรักษาสภาพผิวและความงามของหินอ่อนควรศึกษาจากคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ
  • 

การฟื้นฟูสภาพผิวหินโดยวิธี Cystallization ด้วยผงขัด 5 EXTRA เป็นวิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีซึ่งสะดวก แต่หากต้องการฟื้นฟูสภาพผิวหินด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งมีอยู่หลายวิธีควรศึกษาผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพผิวหินและผู้รับจ้างดำเนินการนั้นๆ



การดูแลรักษาหินแกรนิต



หินแกรนิตเป็นหินที่มีความแข็งแกร่งสูง ทนต่อการสัญจรได้ดี การดูแลรักษาจึงสามารถดูแลได้ง่าย ดังนี้



  1. การทำความสะอาดหินแกรนิต ควรเลือกน้ำยาทำความสะอาด (DETERGENT) ชนิดที่ไม่เป็นกรดผสมน้ำในอัตราส่วนน้ำสะอาดต่อน้ำยา 50:1 ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาที่ผสมน้ำแล้วบิดหมาดๆ เช็ดถูผิวหินเป็นประจำทุกวัน เช้าหรือเย็น


  2. ถ้าต้องการให้มีความเงางามตลอดเวลา ควรเคลือบเงาด้วยน้ำยาชนิดที่เป็นสูตรน้ำ (WATER BASE) สำหรับเคลือบเงาหินแกรนิตเป็นประจำทุกวันเช้าหรือเย็น


  3. ในกรณีที่มีเครื่องทำความสะอาดหินหรือปั่นเงา ควรเลือกครีมชนิดที่เป็น SOLVENT BASE ขัดเคลือบหินด้วยการปั่นเงาอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือ ทุก 2 สัปดาห์



หมายเหตุ

 :

การเลือกผลิตภัณฑ์ในการดูแลบำรุงรักษาหินแกรนิตควรศึกษาจากคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือปรึกษาบริษัทผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น ๆ



ข้อควรระวัง

 :

  1. ไม่ควรปล่อยให้ของหรือภาชนะที่มีความร้อนสูงสัมผัสพื้นผิวโดยตรงเป็นเวลานาน เนื่องจากความร้อนอาจทำให้หินด้านและความเงางามจะหายไป


  2. ระวังอาหารเครื่องดื่มและสิ่งที่สามารถทำให้เกิดคราบบนเนื้อหินแกรนิต ยกตัวอย่างเช่น มาสตาร์ด หมึก น้ำสลัด น้ำมัน ชา มายองเนส เนย เนยถั่ว เครื่องสำอาง กาว ยาแนวต่างๆ หรือเคมีที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เป็นต้น


  3. ระวังอาหารเครื่องดื่มและสิ่งที่สามารถทำให้เกิดคราบบนเนื้อหินอ่อน ยกตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มแอลกฮอล์ น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชูที่มีความเป็นกรดสูง ซอสมะเขือเทศ มาสตาร์ด น้ำอัดลม เนยถั่ว เครื่องสำอาง กาว ยาแนวต่างๆ หรือเคมีที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เป็นต้น


  4. หินที่เป็นสีดำ ไม่ควรปล่อยให้เปียกน้ำนานๆ เพราะจะเป็นรอยด่างไม่สวยงาม


  5. ไม่ควรลากภาชนะที่หนักและมีความแข็งบนพื้นหินอ่อน เพราะอาจทำให้พื้นหินมีรอยได้


  6. ห้ามใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างห้องน้ำ ตลอดจนน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกรดเช็ดถูทำความสะอาดพื้นผิวหินอ่อน โดยเด็ดขาด เพราน้ำยาจะไปทำลายผิวหน้าหินอ่อนทำให้หมดความเงางามไป …
About these ads